<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รักสุขภาพ.com</title>
	<atom:link href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com</link>
	<description>อิสรภาพทางการเงินและสุขภาพดีๆ ที่คุณสร้างได้</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Dec 2011 02:00:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ชักอย่าให้กัดช้อน? รู้ให้ถูก ‘โรคลมชัก’</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/epilepsy/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/epilepsy/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 02:00:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคลมชัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=446</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/epilepsy/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/epilepsy.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="โรคลมชัก" title="โรคลมชัก" /></a>&#8220;โรคลมชัก&#8221; (Epilepsy) เป็นโรคทางสมองและระบบประสาท ถูกพบว่า มีผู้ป่วยทั่วโลกถึง 50 ล้านคน เฉพาะในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคลมชักประมาณ 6-7 แสนคน และยังเป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย วันนี้จึงนำเรื่องราวของโรคนี้มาให้ผู้อ่านได้รู้จักกันอย่างถูกต้อง &#8230; สำหรับโรคลมชัก ที่คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าเกิดจากเครียด แท้ที่จริงแล้ว เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่าง อาทิ สมองพิการแต่กำเนิด พันธุกรรม พยาธิในสมอง เส้นเลือดสมองผิดปกติ สมองถูกกระทบกระเทือน เนื้องอกในสมอง การได้รับสารพิษสะสม แต่ผู้ป่วยโรคลมชักกว่าร้อยละ 70 ไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้การชักเพียงแค่ครั้งเดียว ยังไม่เข้าข่ายป่วยลมชัก แต่จะต้องมีอาการมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป มักเกิดขึ้นหลังจากระบบไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมองที่ผิดปกติไปรบกวนการทำงานสมอง ส่วนอื่น อาการชักจึงเกิดขึ้น ซึ่งแพทย์สามารถตรวจหาความผิดปกติได้ด้วยการสแกนสมองและตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ผู้ป่วยโรคลมชัก จะมี 2 แบบ คือ การชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว เพราะกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นทุกส่วนของสมอง ทำให้ชักไปทั้งตัว อาการมักเริ่มจากหมดสติ ล้ม ตาเหลือก ส่งเสียงดังลั่น กัดฟัน และหยุดหายใจชั่วคราว แล้วจึงชักกระตุกไปทั้งตัว โดยเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที หลังจากหยุดชัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">&#8220;โรคลมชัก&#8221; (Epilepsy) เป็นโรคทางสมองและระบบประสาท ถูกพบว่า มีผู้ป่วยทั่วโลกถึง 50 ล้านคน เฉพาะในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคลมชักประมาณ 6-7 แสนคน และยังเป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย วันนี้จึงนำเรื่องราวของโรคนี้มาให้ผู้อ่านได้รู้จักกันอย่างถูกต้อง &#8230;</span></p>
<p><span id="more-446"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:620px; height:334px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/epilepsy.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:622px; height:336px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:334px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">สำหรับโรคลมชัก ที่คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าเกิดจากเครียด แท้ที่จริงแล้ว เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่าง อาทิ สมองพิการแต่กำเนิด พันธุกรรม พยาธิในสมอง เส้นเลือดสมองผิดปกติ สมองถูกกระทบกระเทือน เนื้องอกในสมอง การได้รับสารพิษสะสม แต่ผู้ป่วยโรคลมชักกว่าร้อยละ 70 ไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนได้</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ทั้งนี้การชักเพียงแค่ครั้งเดียว ยังไม่เข้าข่ายป่วยลมชัก แต่จะต้องมีอาการมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป มักเกิดขึ้นหลังจากระบบไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมองที่ผิดปกติไปรบกวนการทำงานสมอง ส่วนอื่น อาการชักจึงเกิดขึ้น ซึ่งแพทย์สามารถตรวจหาความผิดปกติได้ด้วยการสแกนสมองและตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ผู้ป่วยโรคลมชัก จะมี 2 แบบ คือ การชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว เพราะกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเกิดขึ้นทุกส่วนของสมอง ทำให้ชักไปทั้งตัว อาการมักเริ่มจากหมดสติ ล้ม ตาเหลือก ส่งเสียงดังลั่น กัดฟัน และหยุดหายใจชั่วคราว แล้วจึงชักกระตุกไปทั้งตัว โดยเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที หลังจากหยุดชัก ผู้ป่วยจะรู้สึกเพลีย กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ และปวดศีรษะ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">อีกแบบ ความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นบางส่วน ผู้ป่วยจึงชักบางส่วน เช่น ใบหน้า แขน ขา หรืออาจไม่ปรากฎอาการชักกระตุก แต่จะดูเหมือนเหม่อลอย หรือหมดสติไปชั่วคราว และหลังจากชักไปแล้ว มักจะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">อย่างไรก็ตาม โรคลมชักไม่ทำให้สมองเสียหาย แต่สร้างปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ โดยรักษาได้หลายวิธี และรักษาให้หายได้ ทั้งด้วยยา หรือการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษานั้น ร้อยละ 80 มีผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ที่สำคัญ หากพบผู้ป่วยโรคลมชักกำลังมีอาการชักกระตุก วิธีช่วยเหลือที่เหมาะสมที่สุด ไม่ควรสอดช้อนหรือของแข็งเข้าไปในปากของผู้ป่วย เพราะเสี่ยงทำให้บาดเจ็บ โดยควรใช้ผ้าหนาๆ นุ่มๆ สอดเข้าไปในปากของผู้ป่วยแทน นอกจากนี้ยังควรให้ผู้ป่วยอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท หายใจได้สะดวก</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">อาการของโรคลมชัก มักเกิดขึ้นรวม 3-5 นาที แล้วหาย กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการชักทั้งตัวนานเกิน 20 นาที หรือชักติดต่อกันและไม่รู้สึกตัว ให้ถือว่าเข้าขั้นร้ายแรง จำเป็นต้องรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/epilepsy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เช็คสภาพ &#8216;ยาสามัญประจำบ้าน&#8217; หลังน้ำลด</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drug/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drug/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 02:00:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสามัญประจำบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=442</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drug/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/drug.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ยาสามัญประจำบ้าน" title="ยาสามัญประจำบ้าน" /></a>การกลับเข้าบ้าน หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย จำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพยาสามัญประจำบ้านด้วย เพราะการนำยาที่เสื่อมสภาพ เสีย หรือหมดอายุไปใช้หรือรับประทาน อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ &#8230; ทั้งนี้ ระหว่างการเสวนา เข้าบ้านหลังน้ำลดอย่างไร&#8230;ให้ปลอดภัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เผยวิธีสังเกตคุณภาพของยาประเภทต่างๆ ที่มีใช้กันโดยทั่วไปในแต่ละบ้าน เริ่มจาก &#8220;ยาเม็ดหรือยาแคปซูลแบ่งบรรจุ&#8221; ต้องไม่มีสีและลักษณะเปลี่ยนแปลงไป เช่น รอยด่าง เม็ดยาบวม แคปซูลไม่ติดกัน กลิ่นไม่แปลกไปจากเดิม ซึ่งโดยทั่วไปยาเม็ดแบ่งบรรจุจะมีอายุประมาณ 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับยาแบ่งบรรจุ ด้าน &#8220;ยาเม็ดหรือยาแคปซูลในแผงบรรจุสำเร็จรูป&#8221; ลักษณะบรรจุภัณฑ์ แผงยาต้องไม่มีรอยฉีกขาด ยังอยู่ในสภาพที่ดี และยายังไม่หมดอายุ สำหรับ &#8220;ยาน้ำ&#8221; ลักษณะของสี กลิ่น รส ปกติ ไม่มีลักษณะขุ่น ไม่มีตะกอน หรือสิ่งแปลกปลอมในยา รวมทั้งบริเวณฝาขวด-ปากขวด และภายในบรรจุภัณฑ์ต้องไม่มีตะกอนหรือผลึกน้ำตาลเกาะอยู่ ขณะที่ &#8220;ยาแขวนตะกอน&#8221; จะต้องไม่เกิดก้อนแข็ง สามารถเขย่าแล้วกลับมาแขวนลอยได้อีก รวมถึงสี กลิ่น รส ต้องไม่เปลี่ยนแปลง ส่วน &#8220;ยาครีม&#8221; ลักษณะของครีมต้องคงเดิม ทั้งความข้นหนืด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">การกลับเข้าบ้าน หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย จำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพยาสามัญประจำบ้านด้วย เพราะการนำยาที่เสื่อมสภาพ เสีย หรือหมดอายุไปใช้หรือรับประทาน อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ &#8230;</span></p>
<p><span id="more-442"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:620px; height:334px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/drug.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:622px; height:336px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:334px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ทั้งนี้ ระหว่างการเสวนา เข้าบ้านหลังน้ำลดอย่างไร&#8230;ให้ปลอดภัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เผยวิธีสังเกตคุณภาพของยาประเภทต่างๆ ที่มีใช้กันโดยทั่วไปในแต่ละบ้าน เริ่มจาก &#8220;ยาเม็ดหรือยาแคปซูลแบ่งบรรจุ&#8221; ต้องไม่มีสีและลักษณะเปลี่ยนแปลงไป เช่น รอยด่าง เม็ดยาบวม แคปซูลไม่ติดกัน กลิ่นไม่แปลกไปจากเดิม ซึ่งโดยทั่วไปยาเม็ดแบ่งบรรจุจะมีอายุประมาณ 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับยาแบ่งบรรจุ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ด้าน &#8220;ยาเม็ดหรือยาแคปซูลในแผงบรรจุสำเร็จรูป&#8221; ลักษณะบรรจุภัณฑ์ แผงยาต้องไม่มีรอยฉีกขาด ยังอยู่ในสภาพที่ดี และยายังไม่หมดอายุ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">สำหรับ &#8220;ยาน้ำ&#8221; ลักษณะของสี กลิ่น รส ปกติ ไม่มีลักษณะขุ่น ไม่มีตะกอน หรือสิ่งแปลกปลอมในยา รวมทั้งบริเวณฝาขวด-ปากขวด และภายในบรรจุภัณฑ์ต้องไม่มีตะกอนหรือผลึกน้ำตาลเกาะอยู่</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ขณะที่ &#8220;ยาแขวนตะกอน&#8221; จะต้องไม่เกิดก้อนแข็ง สามารถเขย่าแล้วกลับมาแขวนลอยได้อีก รวมถึงสี กลิ่น รส ต้องไม่เปลี่ยนแปลง ส่วน &#8220;ยาครีม&#8221; ลักษณะของครีมต้องคงเดิม ทั้งความข้นหนืด สี กลิ่น</span><br />
<span style="color: #0000ff;">สุดท้าย &#8220;ยาขี้ผึ้ง&#8221; ต้องไม่มีของเหลวแยกออกมาจากยาขี้ผึ้ง ความข้นหนืดคงเดิม ไม่มีเม็ดหยาบในยาขี้ผึ้งที่แสดงถึงการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ที่โดยปกติจะต้องรับประทานยาเป็นประจำ แต่ขาดยาในช่วงน้ำท่วม ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหลังน้ำลดและสามารถเดินทางได้ เนื่องจากแพทย์อาจต้องปรับยาให้เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วย และเพื่อควบคุมอาการของโรค จะเป็นการดีกว่าที่ตัวผู้ป่วยจะหาซื้อยาเดิมมารับประทานเองหลังการขาดยาไป &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drug/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับ &#8216;ดื่มน้ำ&#8217; ได้สุขภาพ</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drinking-water/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drinking-water/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Dec 2011 02:00:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มน้ำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=439</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drinking-water/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/drinking-water.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ดื่มน้ำ" title="ดื่มน้ำ" /></a>เมื่ออากาศเย็นลง จนทำใครหลายคนรู้สึกหนาวและอาจป่วยไข้ไม่สบายเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ระยะนี้จึงต้องใส่ใจดูแลสุขภาพกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการดื่มน้ำ ที่ไม่ว่าจะฤดูไหน ก็ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ &#8230; สำหรับน้ำที่ดื่ม ไม่ควรเย็นจี๋ เพราะทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารหดตัวลง หากเป็นเช่นนั้นเซลล์จะปรับตัวและขยายตัวเพื่อดูดซึม ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการปรับอุณหภูมิก่อนดูดซึม จึงมักเกิดอาการจุกหน้าอกขณะกระหายน้ำ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัย ชี้ว่า การดื่มน้ำเย็นจัดมากเกินไปจะทำให้ขีดความสามารถในการทำงานของสมองลดลงทันที ส่งผลกระทบต่อการขับรถ หรือทำงานที่ต้องใช้สมอง ซึ่งน้ำเย็นจัดเพียงแค่แก้วเดียว ยังทำให้สภาพจิตใจของบางคนลดลงร้อยละ15 ส่วนการดื่มน้ำร้อนจัดก็ไม่ควร เพราะความร้อนของน้ำอาจทำลายเยื่อบุช่องปากและทางเดินอาหาร จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรค การดื่มน้ำที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ควรเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงหรือต่ำกว่าอุณหภูมิร่างการเล็กน้อย เช่น น้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำที่มีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ในระบบหมุนเวียนเลือดได้ทันที โดยเฉพาะในหน้าหนาว ช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำไว้ 3 ช่วงด้วยกัน ประกอบด้วย แก้วแรกของวัน ดื่มระหว่าง 05.00-07.00 น. จะช่วยการขับถ่าย ช่วงต่อไป คือ 15.00-17.00น. จะช่วยล้างกระเพาะปัสสาวะ และแก้วสุดท้ายของวัน ดื่มก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง ช่วยการนอนหลับที่ดี ในแต่ละวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">เมื่ออากาศเย็นลง จนทำใครหลายคนรู้สึกหนาวและอาจป่วยไข้ไม่สบายเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ระยะนี้จึงต้องใส่ใจดูแลสุขภาพกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการดื่มน้ำ ที่ไม่ว่าจะฤดูไหน ก็ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ &#8230;</span></p>
<p><span id="more-439"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:620px; height:334px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/drinking-water.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:622px; height:336px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:334px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">สำหรับน้ำที่ดื่ม ไม่ควรเย็นจี๋ เพราะทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารหดตัวลง หากเป็นเช่นนั้นเซลล์จะปรับตัวและขยายตัวเพื่อดูดซึม ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการปรับอุณหภูมิก่อนดูดซึม จึงมักเกิดอาการจุกหน้าอกขณะกระหายน้ำ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">นอกจากนี้ยังมีงานวิจัย ชี้ว่า การดื่มน้ำเย็นจัดมากเกินไปจะทำให้ขีดความสามารถในการทำงานของสมองลดลงทันที ส่งผลกระทบต่อการขับรถ หรือทำงานที่ต้องใช้สมอง ซึ่งน้ำเย็นจัดเพียงแค่แก้วเดียว ยังทำให้สภาพจิตใจของบางคนลดลงร้อยละ15</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ส่วนการดื่มน้ำร้อนจัดก็ไม่ควร เพราะความร้อนของน้ำอาจทำลายเยื่อบุช่องปากและทางเดินอาหาร จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรค</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">การดื่มน้ำที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ควรเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงหรือต่ำกว่าอุณหภูมิร่างการเล็กน้อย เช่น น้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำที่มีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ในระบบหมุนเวียนเลือดได้ทันที</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">โดยเฉพาะในหน้าหนาว ช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำไว้ 3 ช่วงด้วยกัน ประกอบด้วย แก้วแรกของวัน ดื่มระหว่าง 05.00-07.00 น. จะช่วยการขับถ่าย ช่วงต่อไป คือ 15.00-17.00น. จะช่วยล้างกระเพาะปัสสาวะ และแก้วสุดท้ายของวัน ดื่มก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง ช่วยการนอนหลับที่ดี</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ในแต่ละวัน ปริมาณน้ำดื่มที่ร่างกายต้องการของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปตามน้ำหนักตัว ซึ่งมีวิธีคำนวณง่ายๆ ในสูตร น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หาญด้วย 2 แล้วคูณด้วย 2.2 และคูณด้วย 30 จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นปริมาณน้ำหน่วย c.c. ที่ควรดื่มในแต่ละวันนั่นเอง</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำ ไม่ควรดื่มคราวละมากๆ เพราะจะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย โดยควรดื่มแบบค่อยๆ จิบ เซลล์ในร่างกายจะดึงน้ำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/drinking-water/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4 วิธีดึงสติสร้างสมาธิ</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/create-meditation/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/create-meditation/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2011 02:00:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสมาธิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=436</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/create-meditation/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/meditation1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="สร้างสมาธิ" title="สร้างสมาธิ" /></a>ปรารถนาจะเรียนหนังสือเก่ง ทำงานดี มีความจำเลิศ อย่าละเลยการสร้าง “สมาธิ” ตัวช่วยสำคัญหยุดจิตสับสน ว้าวุ่น ทำสมองปลอดโปร่ง ฝึกง่าย ๆ ด้วย 4 วิธี &#8230; สร้างสมาธิก่อนเรียน หรือ ทำงาน โดยนั่งบนเก้าอี้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องหลับตา เพียงให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก กำหนดจุดเพ่งมอง ปฏิบัติประมาณ 5-10 นาที ช่วยขจัดความยุ่งเหยิงทางใจ สมองคลายเครียด พร้อมใช้ความคิด ทั้งยังรับรู้ และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ลดความเร็วในการเดิน ให้จิตใจจดจ่ออยู่กับการก้าว สลับกับพิจารณาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วยผ่อนคลายความเครียด และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สามารถประยุกต์ใช้เมื่อเดินเล่น เดินไปเรียน และทำงานได้ รับประทานช้าลง โดยค่อย ๆ ตักอาหาร และเคี้ยวให้ละเอียด ไม่เพียงลดอาการท้องอืด และลดการทำงานหนักของกระเพาะอาหาร ยังเป็นการฝึกรวบรวมสมาธิให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำด้วย เลี่ยงคาเฟอีนเข้มข้น แม้คาเฟอีนจัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ลดความง่วง เหนื่อยล้า เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ทำให้กลไกการคิดรวดเร็ว และมีสมาธิขึ้น แต่ทั้งนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">ปรารถนาจะเรียนหนังสือเก่ง ทำงานดี มีความจำเลิศ อย่าละเลยการสร้าง “สมาธิ” ตัวช่วยสำคัญหยุดจิตสับสน ว้าวุ่น ทำสมองปลอดโปร่ง ฝึกง่าย ๆ ด้วย 4 วิธี &#8230;</span></p>
<p><span id="more-436"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:620px; height:334px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/meditation1.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:622px; height:336px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:334px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">สร้างสมาธิก่อนเรียน หรือ ทำงาน โดยนั่งบนเก้าอี้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องหลับตา เพียงให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก กำหนดจุดเพ่งมอง ปฏิบัติประมาณ 5-10 นาที ช่วยขจัดความยุ่งเหยิงทางใจ สมองคลายเครียด พร้อมใช้ความคิด ทั้งยังรับรู้ และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ลดความเร็วในการเดิน ให้จิตใจจดจ่ออยู่กับการก้าว สลับกับพิจารณาสิ่งแวดล้อมรอบตัว ช่วยผ่อนคลายความเครียด และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สามารถประยุกต์ใช้เมื่อเดินเล่น เดินไปเรียน และทำงานได้</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">รับประทานช้าลง โดยค่อย ๆ ตักอาหาร และเคี้ยวให้ละเอียด ไม่เพียงลดอาการท้องอืด และลดการทำงานหนักของกระเพาะอาหาร ยังเป็นการฝึกรวบรวมสมาธิให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำด้วย</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">เลี่ยงคาเฟอีนเข้มข้น แม้คาเฟอีนจัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ลดความง่วง เหนื่อยล้า เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ทำให้กลไกการคิดรวดเร็ว และมีสมาธิขึ้น แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับในปริมาณไม่มากเกินไป โดยเฉพาะวัยเรียน อาจลดความเข้มข้นจากการดื่มกาแฟเป็นชาแทน</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">หากต้องการกำจัดความฟุ้งซ่าน เข้าสู่โหมดสงบ มีสติ ลองสร้างสมาธิด้วยวิธีข้างต้น สามารถฝึกปฏิบัติได้ทุกที่ เมื่อสติมาปัญญาย่อมเกิดแน่นอน &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/create-meditation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความจำแย่แก้ได้ด้วย 4 วิธี</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/terribly-memory/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/terribly-memory/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Dec 2011 02:00:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความจำแย่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=434</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/terribly-memory/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/memory1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="แก้ความจำแย่" title="แก้ความจำแย่" /></a>วัยที่เพิ่มขึ้นบางครั้งอาจทำให้เริ่มหลงลืม ปัญหานี้บรรเทาได้ด้วยเทคนิค 4 ข้อ แนะวัยทำงานปฏิบัติดี วัยเรียนปฏิบัติเลิศ &#8230; วิธีแรก โฟกัสสายตา โดยนั่งจ้องวัตถุ หรือ เหตุการณ์ตรงหน้า จดจำรายละเอียดให้มากที่สุด นานประมาณ 3 นาที จากนั้น ละสายตา แล้ววาดสิ่งที่เห็นบนกระดาษ เมื่อเสร็จตรวจดูว่ามีสิ่งใดตกหล่นไปหรือไม่ ฝึกสม่ำเสมอจะช่วยพัฒนาความจำระยะสั้น บริหารสมอง และเสริมประสิทธิภาพความจำด้านสายตา วิธีต่อมา รับประทานอาหารอุดมวิตามินซี, อี และเบต้าแคโรทีน โดยเฉพาะส้ม องุ่น เบอร์รี ผักสีเขียว ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์สมองเสื่อม ทั้งนี้ ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผู้บริโภควิตามินซีสูง มีผลการทดสอบด้านสมาธิ ความจำ และการคำนวณดีที่สุด ตามด้วย การทำกิจกรรมท้าทายความคิด เมื่ออายุเริ่มเข้าเลขสาม สมองจะเริ่มทำงานช้าลง ดังนั้น ควรหางานอดิเรกยามว่างที่สนุกสนานทำ เช่น เต้นแทงโก้ เรียนภาษาใหม่ ต่อจิ๊กซอว์ เกมส์ปริศนาอักษรไขว้ เล่นปิงปอง เป็นต้น ช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของสมอง และความจำได้ดี สุดท้าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">วัยที่เพิ่มขึ้นบางครั้งอาจทำให้เริ่มหลงลืม ปัญหานี้บรรเทาได้ด้วยเทคนิค 4 ข้อ แนะวัยทำงานปฏิบัติดี วัยเรียนปฏิบัติเลิศ &#8230;</span></p>
<p><span id="more-434"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:620px; height:334px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/memory1.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:622px; height:336px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:334px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">วิธีแรก โฟกัสสายตา โดยนั่งจ้องวัตถุ หรือ เหตุการณ์ตรงหน้า จดจำรายละเอียดให้มากที่สุด นานประมาณ 3 นาที จากนั้น ละสายตา แล้ววาดสิ่งที่เห็นบนกระดาษ เมื่อเสร็จตรวจดูว่ามีสิ่งใดตกหล่นไปหรือไม่ ฝึกสม่ำเสมอจะช่วยพัฒนาความจำระยะสั้น บริหารสมอง และเสริมประสิทธิภาพความจำด้านสายตา</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">วิธีต่อมา รับประทานอาหารอุดมวิตามินซี, อี และเบต้าแคโรทีน โดยเฉพาะส้ม องุ่น เบอร์รี ผักสีเขียว ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์สมองเสื่อม ทั้งนี้ ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผู้บริโภควิตามินซีสูง มีผลการทดสอบด้านสมาธิ ความจำ และการคำนวณดีที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ตามด้วย การทำกิจกรรมท้าทายความคิด เมื่ออายุเริ่มเข้าเลขสาม สมองจะเริ่มทำงานช้าลง ดังนั้น ควรหางานอดิเรกยามว่างที่สนุกสนานทำ เช่น เต้นแทงโก้ เรียนภาษาใหม่ ต่อจิ๊กซอว์ เกมส์ปริศนาอักษรไขว้ เล่นปิงปอง เป็นต้น ช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของสมอง และความจำได้ดี</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">สุดท้าย นอนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เซลล์ประสาทจะสื่อสารกันได้มากขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้ และความจำ &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/terribly-memory/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัดขนตาให้งอนยาว</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/eyelash/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/eyelash/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Oct 2011 02:00:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=426</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/eyelash/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/eyelash-3.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ขนตา" title="ขนตา" /></a>ถ้าอยากให้ขนตางอนยาว มีทางเลือกง่ายๆ คือใช้ขนตาปลอม แต่หากติดไม่ดีจากดูรุ่งอาจดูร่วง ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจกับการติดขนตา ลองมาฝึกเทคนิคการปัดขนตาให้ดูยาวดีกว่า &#8230; การปัดขนตาให้งอนยาว ต้องเริ่มที่ขนตาสะอาดๆ โดยทำความสะอาดด้วยอายเมคอัพรีมูฟเวอร์ทุกครั้ง หากใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำก็ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับมาสคาร่าแบบกันน้ำโดยเฉพาะ วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องและไม่ทำให้ใบหน้ามีริ้วรอยคือ เทน้ำยาทำความสะอาดให้ชุ่มแผ่นสำลี วางลงบนดวงตาสักครู่ จากนั่นเช็ดลง และเช็ดออกจากดวงตาเบาๆ ทำซ้ำอีกครั้งจนกว่าบนแผ่นสำลีจะไม่มีคราบมาสคาร่า หากทาอายครีม ต้องรอให้เนื้อครีมซึมลงในผิวจนหมดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้มาสคาร่าเลอะเทอะและติดไม่ทน จากนั้นเขียนอายไลเนอร์ก่อนปัดขนตา โดยต้องเขียนให้ชิดแนวขนตามากที่สุด อย่าให้เห็นเนื้อระหว่างเส้นอายไลเนอร์กับแนวขนตา เพราะจะช่วยทำให้ขนตาดูยาวและตาคมซึ้งขึ้น ปิดท้ายด้วยการดัดขนตา ข้อควรระวังคือต้องดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่า เพราะหากปัดมาสคาร่าแล้วดัดขนตา ขนตาอาจหักได้ ขณะปัดมาสคาร่าให้ปัดขนตาลงมาตรงๆ ก่อน แล้วปัดซิกแซกขึ้น จะทำให้ขนตายาวขึ้นและไม่ติดกันเป็นแพ ค่อยๆ ทำไปทีละข้าง เพราะถ้ามาสคาร่าแห้งแล้วมาปัดซ้ำ มาสคาร่าอาจติดกันเป็นก้อน &#8230; (จาก นสพ. เดลินิวส์)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">ถ้าอยากให้ขนตางอนยาว มีทางเลือกง่ายๆ คือใช้ขนตาปลอม แต่หากติดไม่ดีจากดูรุ่งอาจดูร่วง ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจกับการติดขนตา ลองมาฝึกเทคนิคการปัดขนตาให้ดูยาวดีกว่า &#8230;</span></p>
<p><span id="more-426"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:260px; height:260px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/eyelash-3.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:262px; height:262px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:260px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">การปัดขนตาให้งอนยาว ต้องเริ่มที่ขนตาสะอาดๆ โดยทำความสะอาดด้วยอายเมคอัพรีมูฟเวอร์ทุกครั้ง หากใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำก็ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับมาสคาร่าแบบกันน้ำโดยเฉพาะ วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องและไม่ทำให้ใบหน้ามีริ้วรอยคือ เทน้ำยาทำความสะอาดให้ชุ่มแผ่นสำลี วางลงบนดวงตาสักครู่ จากนั่นเช็ดลง และเช็ดออกจากดวงตาเบาๆ ทำซ้ำอีกครั้งจนกว่าบนแผ่นสำลีจะไม่มีคราบมาสคาร่า</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">หากทาอายครีม ต้องรอให้เนื้อครีมซึมลงในผิวจนหมดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้มาสคาร่าเลอะเทอะและติดไม่ทน จากนั้นเขียนอายไลเนอร์ก่อนปัดขนตา โดยต้องเขียนให้ชิดแนวขนตามากที่สุด อย่าให้เห็นเนื้อระหว่างเส้นอายไลเนอร์กับแนวขนตา เพราะจะช่วยทำให้ขนตาดูยาวและตาคมซึ้งขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ปิดท้ายด้วยการดัดขนตา ข้อควรระวังคือต้องดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่า เพราะหากปัดมาสคาร่าแล้วดัดขนตา ขนตาอาจหักได้ ขณะปัดมาสคาร่าให้ปัดขนตาลงมาตรงๆ ก่อน แล้วปัดซิกแซกขึ้น จะทำให้ขนตายาวขึ้นและไม่ติดกันเป็นแพ ค่อยๆ ทำไปทีละข้าง เพราะถ้ามาสคาร่าแห้งแล้วมาปัดซ้ำ มาสคาร่าอาจติดกันเป็นก้อน &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/eyelash/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินแก้โรค ข้าวสมุนไพรหลากสี</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/herbal-rice/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/herbal-rice/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Oct 2011 02:00:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสมุนไพร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=423</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/herbal-rice/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/herbal-rice.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ข้าวสมุนไพร" title="ข้าวสมุนไพร" /></a>ข้าวต่างสี กินดีต่างกัน อาหารหลักของครัวไทย รู้สรรพคุณข้าวสมุนไพรสีต่างๆ เลือกกินให้เหมาะสม แก้ปัญหาสุขภาพได้ &#8230; อาหารหลักคู่ครัวไทย อย่าง &#8216;ข้าว&#8217; นั้น ทราบกันดีว่าอุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็น 1 ใน 5 หมู่อาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และถ้าต้องการให้ข้าวแต่ละจานช่วยเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงโรคภัยต่างๆ ได้อีก ผู้อ่านควรเลือกกินข้าวที่ผสมสมุนไพร ส่วนใหญ่ในท้องตลาดมี &#8216;ข้าวสมุนไพรกระเจี๊ยบแดง&#8217; ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต ช่วย รักษาโรคเส้นโลหิตแข็ง ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้ร้อนใน และกระหายน้ำ ตามด้วย &#8216;ข้าวสมุนไพรขมิ้นชัน&#8217; สามารถยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาแผลเปื่อยในกระเพาะและลำไส้ ขับลมในกระเพาะ ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยังมี &#8216;ข้าวสมุนไพรใบเตยหอม&#8217; บำรุงหัวใจ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคหอบหืด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และ &#8216;ข้าวสมุนไพรอัญชัน&#8217; สรรพคุณรักษารากผมให้แข็งแรง แก้ฟกช้ำ-บวม ขับปัสสาวะ และบำรุงหัวใจ เพิ่มความสามารถในการมองเห็น และเป็นสารลดอนุมูลอิสระ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">ข้าวต่างสี กินดีต่างกัน อาหารหลักของครัวไทย รู้สรรพคุณข้าวสมุนไพรสีต่างๆ เลือกกินให้เหมาะสม แก้ปัญหาสุขภาพได้ &#8230;</span></p>
<p><span id="more-423"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:260px; height:345px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/herbal-rice.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:262px; height:347px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:345px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">อาหารหลักคู่ครัวไทย อย่าง &#8216;ข้าว&#8217; นั้น ทราบกันดีว่าอุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็น 1 ใน 5 หมู่อาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และถ้าต้องการให้ข้าวแต่ละจานช่วยเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงโรคภัยต่างๆ ได้อีก ผู้อ่านควรเลือกกินข้าวที่ผสมสมุนไพร</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ส่วนใหญ่ในท้องตลาดมี &#8216;ข้าวสมุนไพรกระเจี๊ยบแดง&#8217; ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดน้ำหนัก ลดความดันโลหิต ช่วย รักษาโรคเส้นโลหิตแข็ง ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้ร้อนใน และกระหายน้ำ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ตามด้วย &#8216;ข้าวสมุนไพรขมิ้นชัน&#8217; สามารถยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาแผลเปื่อยในกระเพาะและลำไส้ ขับลมในกระเพาะ ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ยังมี &#8216;ข้าวสมุนไพรใบเตยหอม&#8217; บำรุงหัวใจ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคหอบหืด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และ &#8216;ข้าวสมุนไพรอัญชัน&#8217; สรรพคุณรักษารากผมให้แข็งแรง แก้ฟกช้ำ-บวม ขับปัสสาวะ และบำรุงหัวใจ เพิ่มความสามารถในการมองเห็น และเป็นสารลดอนุมูลอิสระ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">อย่างไรก็ตาม การจะมีสุขภาพที่ดี จะใส่ใจเพียงเรื่องอาหารการกินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอด้วย &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/herbal-rice/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฎ 5 ข้อของการแต่งหน้า</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/make-up-rule/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/make-up-rule/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Oct 2011 02:00:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งหน้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=420</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/make-up-rule/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/make-up.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="การแต่งหน้า" title="การแต่งหน้า" /></a>การเติมนู่นนิด นี่หน่อย บนใบหน้า ช่วยทำให้ทุกคนดูดีขึ้นได้อย่างน่ามหัศจรรย์ แต่ก่อนแต่งหน้าก็มีสิ่งที่ต้องระมัดระวังเพื่อจะได้สวยอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายผิว &#8230; ข้อแรก การลงรองพื้นหนาๆ ช่วยปกปิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้ก็จริง แต่ก็ทำให้คุณดูแก่และแข็งกระด้าง ดังนั้นควรลงรองพื้นแต่พอเหมาะ เพื่อจะให้ผิวหน้าได้หายใจบ้าง สำหรับผู้ที่มีผิวมัน สีของรองพื้นจะเปลี่ยนเป็นสีส้มขึ้นในระหว่างวัน ดังนั้นต้องเลือกสีอย่างระมัดระวัง อย่าให้เป็นโทนส้มมากเกินไป และการลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดสิวหรือรูขุมขนจะยิ่งทำให้ผิวอุดตันและอาจเกิดสิวปะทุในภายหลังได้ ข้อต่อมา หากใช้ดินสอเขียนของปาก ควรเขียนให้เนี้ยบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะดูสวยอาจดูตลกแทน ข้อที่สาม การทาอายแชโดว์ในช่วงกลางวัน ไม่ควรทาสีฟ้าสด แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาพิเศษหรือเวลากลางคืน อาจใช้สีที่แปลกไปจากปกติ เพราะอายแชโดว์เปรียบเสมือน “เครื่องประดับ”ที่จะทำให้ใบหน้าดูมี “อะไร”มากขึ้น ส่วนข้อที่สี่ อย่าเลือกซื้อเครื่องสำอางเพราะคำโฆษณาหรือแรงกระตุ้นจากตัวแทนขาย แต่ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเองจริงๆ และข้อสุดท้าย พยายามหาจุดสมดุลในการแต่งหน้าของตัวเองให้เจอ ซึ่งก็คือแต่งแค่ไหน เน้นจุดไหนบนใบหน้าบ้าง ที่จะทำให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ อาจไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าครบทุกส่วน สำหรับบางคนแค่ปัดแก้มและทาลิปสติก หรือเขียนตา ทาปากก็ดูสวยได้ ซึ่งหากรู้ว่าการแต่งหน้าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง จะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสำอางลงไปได้มาก &#8230; (จาก นสพ. เดลินิวส์)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">การเติมนู่นนิด นี่หน่อย บนใบหน้า ช่วยทำให้ทุกคนดูดีขึ้นได้อย่างน่ามหัศจรรย์ แต่ก่อนแต่งหน้าก็มีสิ่งที่ต้องระมัดระวังเพื่อจะได้สวยอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายผิว &#8230;</span></p>
<p><span id="more-420"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:260px; height:370px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/make-up.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:262px; height:372px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:370px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ข้อแรก การลงรองพื้นหนาๆ ช่วยปกปิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้ก็จริง แต่ก็ทำให้คุณดูแก่และแข็งกระด้าง ดังนั้นควรลงรองพื้นแต่พอเหมาะ เพื่อจะให้ผิวหน้าได้หายใจบ้าง สำหรับผู้ที่มีผิวมัน สีของรองพื้นจะเปลี่ยนเป็นสีส้มขึ้นในระหว่างวัน ดังนั้นต้องเลือกสีอย่างระมัดระวัง อย่าให้เป็นโทนส้มมากเกินไป และการลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดสิวหรือรูขุมขนจะยิ่งทำให้ผิวอุดตันและอาจเกิดสิวปะทุในภายหลังได้</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ข้อต่อมา หากใช้ดินสอเขียนของปาก ควรเขียนให้เนี้ยบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะดูสวยอาจดูตลกแทน</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ข้อที่สาม การทาอายแชโดว์ในช่วงกลางวัน ไม่ควรทาสีฟ้าสด แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาพิเศษหรือเวลากลางคืน อาจใช้สีที่แปลกไปจากปกติ เพราะอายแชโดว์เปรียบเสมือน “เครื่องประดับ”ที่จะทำให้ใบหน้าดูมี “อะไร”มากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ส่วนข้อที่สี่ อย่าเลือกซื้อเครื่องสำอางเพราะคำโฆษณาหรือแรงกระตุ้นจากตัวแทนขาย แต่ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเองจริงๆ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">และข้อสุดท้าย พยายามหาจุดสมดุลในการแต่งหน้าของตัวเองให้เจอ ซึ่งก็คือแต่งแค่ไหน เน้นจุดไหนบนใบหน้าบ้าง ที่จะทำให้ดูสวยเป็นธรรมชาติ อาจไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าครบทุกส่วน สำหรับบางคนแค่ปัดแก้มและทาลิปสติก หรือเขียนตา ทาปากก็ดูสวยได้ ซึ่งหากรู้ว่าการแต่งหน้าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง จะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสำอางลงไปได้มาก &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/make-up-rule/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>7ลางร้าย เตือนรีบตรวจมะเร็ง</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/cancer/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/cancer/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Oct 2011 02:00:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=417</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/cancer/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/cancer-3.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="มะเร็ง" title="มะเร็ง" /></a>โรคภัยไข้เจ็บที่หลายๆ คนขยาดกลัวโรคหนึ่ง คือ มะเร็ง เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเอาชีวิตรอดจากโรคดังกล่าวได้ อาจเป็นเพราะเพิ่งเข้ารับการรักษาในระยะที่ลุกลามรุนแรง ยากที่ผลการรักษาจะออกมาดี &#8230; แม้มะเร็งจะดูร้ายกาจ แต่ถ้ารู้ตัวเร็วในระยะแรกเริ่มก็สามารถรักษาให้หายได้ โดยหมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย 7 ข้อ เริ่มจากการถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระว่ามีเลือดออกปนมาด้วยหรือไม่ รวมถึงอวัยวะส่วนอื่นๆ เช่น หัวนม ปลายอวัยวะเพศ ต้องสังเกตว่ามีของเหลวไหลออกมาหรือเปล่า ต่อมาดูเรื่องการขับถ่าย ต้องดูลักษณะ ทั้งสี ขนาด รูปร่าง และความถี่ในการถ่ายอุจจาระ ว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ตามด้วยสังเกตแผล หรืออาการเจ็บปวด ถ้าเป็นอย่างเรื้อรัง ขยายวงกว้าง มีเลือดออก แสดงว่าผิดปกติ ข้อควรสังเกตถัดไป คือ การไอเรื้อรัง ทั้งการไอค่อกแค่กไม่ยอมหาย ไอแล้วมีเลือดออกปนมากับเสมหะ หรือไอแล้วเสียงแหบจนเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังต้องคอยดูขนาดเม็ดไฝหรือปาน หากปกติไม่ควรใหญ่เกินเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร รวมถึงการเปลี่ยนรูปร่าง สีเปลี่ยนไหม และที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน คือ ก้อนเนื้อ ไม่ว่าจะโผล่ขึ้นมาบริเวณใดของร่างกาย ไม่ควรนิ่งนอนใจ สุดท้าย อาการกลืนไม่เข้า อึดอัดขณะกลืน รู้สึกอิ่มเอาดื้อๆ ทั้งที่เพิ่งกินอาหารเข้าไปเพียงเล็กน้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">โรคภัยไข้เจ็บที่หลายๆ คนขยาดกลัวโรคหนึ่ง คือ มะเร็ง เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเอาชีวิตรอดจากโรคดังกล่าวได้ อาจเป็นเพราะเพิ่งเข้ารับการรักษาในระยะที่ลุกลามรุนแรง ยากที่ผลการรักษาจะออกมาดี &#8230;</span></p>
<p><span id="more-417"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:260px; height:177px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/cancer-3.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:262px; height:179px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:177px; z-index: 1;">
			</div></p>
<p><span style="color: #0000ff;">แม้มะเร็งจะดูร้ายกาจ แต่ถ้ารู้ตัวเร็วในระยะแรกเริ่มก็สามารถรักษาให้หายได้ โดยหมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย 7 ข้อ เริ่มจากการถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระว่ามีเลือดออกปนมาด้วยหรือไม่ รวมถึงอวัยวะส่วนอื่นๆ เช่น หัวนม ปลายอวัยวะเพศ ต้องสังเกตว่ามีของเหลวไหลออกมาหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ต่อมาดูเรื่องการขับถ่าย ต้องดูลักษณะ ทั้งสี ขนาด รูปร่าง และความถี่ในการถ่ายอุจจาระ ว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ตามด้วยสังเกตแผล หรืออาการเจ็บปวด ถ้าเป็นอย่างเรื้อรัง ขยายวงกว้าง มีเลือดออก แสดงว่าผิดปกติ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ข้อควรสังเกตถัดไป คือ การไอเรื้อรัง ทั้งการไอค่อกแค่กไม่ยอมหาย ไอแล้วมีเลือดออกปนมากับเสมหะ หรือไอแล้วเสียงแหบจนเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังต้องคอยดูขนาดเม็ดไฝหรือปาน หากปกติไม่ควรใหญ่เกินเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร รวมถึงการเปลี่ยนรูปร่าง สีเปลี่ยนไหม</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">และที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน คือ ก้อนเนื้อ ไม่ว่าจะโผล่ขึ้นมาบริเวณใดของร่างกาย ไม่ควรนิ่งนอนใจ สุดท้าย อาการกลืนไม่เข้า อึดอัดขณะกลืน รู้สึกอิ่มเอาดื้อๆ ทั้งที่เพิ่งกินอาหารเข้าไปเพียงเล็กน้อย</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">เหล่านี้เป็นความผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ &#8230;</span></p>
<p>(จาก นสพ. เดลินิวส์)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/cancer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือดออกตามไรฟัน</title>
		<link>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/scurvy/</link>
		<comments>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/scurvy/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2011 02:00:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>รักสุขภาพ</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความรักสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือดออกตามไรฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/?p=413</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/scurvy/"><img align="left" hspace="5" width="150" src="http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/teeth-1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="เลือดออกตามไรฟัน" /></a>เหงือกที่สุขภาพดีไม่ควรมีเลือดออกเอง หรือเลือดออกขณะแปรงฟัน ดังนั้นเมื่อมีเลือดออกตามไรฟันย่อมหมายความว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว &#8230; สาเหตุ เชื้อแบคทีเรียและคราบฟันที่เกิดบริเวณร่องเหงือก ไรฟัน โรคของเหงือก เหงือกที่อักเสบและมีการติดเชื้อ มักมีเลือดออกง่าย เพราะการอักเสบทำให้เหงือกมีเลือดมาเลี้ยงมากเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันมากำจัดแบคทีเรีย บาดเจ็บจากแปรงสีฟันที่ขนแปรงแข็งหรือเยิน หรือใช้ไหมขัดฟันไม่ระมัดระวัง ขาดวิตามินซี ไข้เลือดออกเดงกี กลไกของการเกิดลิ่มเลือดผิดปกติ การดูแลตนเอง รีบไปโรงพยาบาล หากมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดท้อง เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีเลือด มีเลือดออกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย พบทันตแพทย์หากเหงือกบวม คัน นุ่มนิ่ม อันเป็นอาการของโรคเหงือก พบแพทย์หากมีเลือดออกง่ายตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น รอยช้ำจ้ำเขียวที่ผิวหนัง หรือมีเลือดออกง่ายตามส่วนอื่นของร่างกาย อันเป็นอาการของเลือดหยุดยาก กลไกการห้ามเลือดผิดปกติ การวินิจฉัยและรักษา หาสาเหตุของเลือดออกแล้วรักษาตามสาเหตุ รับเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ สืบค้นหาสาเหตุตามความเหมาะสม การดูแลรักษาโดยทันตแพทย์ ทำความสะอาดล้างคราบแบคทีเรียที่อยู่ตามซอกฟัน ขูดหินปูน ขัดคราบบุหรี่ รักษาโรคเหงือก สอนการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี ส่งพบแพทย์ หากเลือดออกตามไรฟันไม่ได้เกิดจากโรคเหงือก การป้องกัน ใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม เปลี่ยนแปรงสีฟันทันทีที่ขนแปรงเยิน แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี ดูแลรักษาไรฟันให้สะอาด พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div onselectstart="return false;" unselectable="on;" style="-moz-user-select: none;"><p><span style="color: #0000ff;">เหงือกที่สุขภาพดีไม่ควรมีเลือดออกเอง หรือเลือดออกขณะแปรงฟัน ดังนั้นเมื่อมีเลือดออกตามไรฟันย่อมหมายความว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว &#8230;</span></p>
<p><span id="more-413"></span></p>
<p>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:317px; height:200px; z-index:0; background: url('http://i730.photobucket.com/albums/ww306/lengtarang/teeth-1.jpg');"></div>
			<div style="overflow: hidden; position: absolute;  width:319px; height:202px; z-index:1;">
			<img title="Image Protector" src="/home/zybernia/domains/xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/public_html/wp-content/plugins/protect-content/protector.gif" border="0" alt="" width="1" height="1" />
			</div>
			<div style="overflow: hidden; width:1px; height:200px; z-index: 1;">
			</div></p>
<h2><span style="color: #800000;">สาเหตุ</span></h2>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">เชื้อแบคทีเรียและคราบฟันที่เกิดบริเวณร่องเหงือก ไรฟัน</span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">โรคของเหงือก เหงือกที่อักเสบและมีการติดเชื้อ มักมีเลือดออกง่าย เพราะการอักเสบทำให้เหงือกมีเลือดมาเลี้ยงมากเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันมากำจัดแบคทีเรีย</span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">บาดเจ็บจากแปรงสีฟันที่ขนแปรงแข็งหรือเยิน หรือใช้ไหมขัดฟันไม่ระมัดระวัง </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">ขาดวิตามินซี </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">ไข้เลือดออกเดงกี </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">กลไกของการเกิดลิ่มเลือดผิดปกติ </span></li>
</ul>
<h2><span style="color: #800000;">การดูแลตนเอง </span></h2>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">รีบไปโรงพยาบาล หากมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดท้อง เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีเลือด มีเลือดออกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">พบทันตแพทย์หากเหงือกบวม คัน นุ่มนิ่ม อันเป็นอาการของโรคเหงือก </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">พบแพทย์หากมีเลือดออกง่ายตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น รอยช้ำจ้ำเขียวที่ผิวหนัง หรือมีเลือดออกง่ายตามส่วนอื่นของร่างกาย อันเป็นอาการของเลือดหยุดยาก กลไกการห้ามเลือดผิดปกติ</span></li>
</ul>
<h2><span style="color: #800000;">การวินิจฉัยและรักษา </span></h2>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">หาสาเหตุของเลือดออกแล้วรักษาตามสาเหตุ </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">รับเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ สืบค้นหาสาเหตุตามความเหมาะสม </span></li>
</ul>
<h2><span style="color: #800000;">การดูแลรักษาโดยทันตแพทย์ </span></h2>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">ทำความสะอาดล้างคราบแบคทีเรียที่อยู่ตามซอกฟัน </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">ขูดหินปูน ขัดคราบบุหรี่ </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">รักษาโรคเหงือก </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">สอนการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">ส่งพบแพทย์ หากเลือดออกตามไรฟันไม่ได้เกิดจากโรคเหงือก </span></li>
</ul>
<h2><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #800000;">การป้องกัน</span> </span></h2>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">ใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม เปลี่ยนแปรงสีฟันทันทีที่ขนแปรงเยิน </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี ดูแลรักษาไรฟันให้สะอาด </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน </span></li>
<li><span style="color: #0000ff;">กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ผลไม้ชนิดต่างๆ &#8230;</span></li>
</ul>
<p>(จาก msn)</p>
</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cc8fhm7b8bm5c.com/scurvy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

